BREAKING NEWS

โอเค(ที่)เบตง "เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน" วันที่2



วันที่สองของทริปเบตงครั้งนี้ เราตื่นเช้ามากๆ ประมาณ 6 โมง แหมก็อยู่ในเมืองที่เขาว่ากันว่าอากาศบริสุทธิ์ขนาดนี้ก็ต้องตื่นเช้ามาสูดอากาศกันสักหน่อย 

ว่าแล้วก็เดินไปเปิดประตูห้องพักด้านหลังอย่างรวดเร็ว แล้วเราก็ยืนตะลึงไปพักนึง เพราะว่ามันมีหมอกลงเยอะมาก (ในรูปดูน้อยกว่าที่เห็นจริงๆ มากเลย) ถึงแม้เราจะรู้ว่าเบตงเป็นเมืองที่มีหมอกตลอดปี แต่ที่ตกใจนิดหน่อยก็เพราะตอนที่เราไปเป็นช่วงกลางเดือนเมษายนที่ร้อนสุดๆ และอีกอย่าง คือ ตามแพลนเดิมเราคิดไว้ว่าจะไปดูทะเลหมอก แต่ด้วยความที่จุดชมทะเลหมอกอยู่ห่างจากตัวเมืองไป 40 กิโลเมตร ทำให้เราเปลี่ยนใจและคิดว่าจะไม่ได้ชมทะเลหมอกแล้ว พอเปิดประตูมาเจอแบบนี้เลยรู้สึกดีใจ  ^^



และก่อนที่จะออกไปเที่ยวอีกวันเราก็ไปเติมพลังกันตั้งแต่เช้าที่ร้านไทซีอี้ เป็นร้านติ่มซำชื่อดังของเบตง ร้านอยู่ที่สี่แยกไฟแดงก่อนถึงอุโมงเบตงมงคลฤทธิ์ คนเยอะมาก โต๊ะเต็ม และไม่มีบัตรคิว เกิดการแย่งชิงและจับจองที่นั่งแบบใช้ความรวดเร็วสุดๆ หลังจากทางเสร็จเราก็เดินเล่นๆ ในตัวเมืองไปดูหอนาฬิกา และตู้ไปรษณีย์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดค่ะ



หลังจากนั้นประมาณ 8 โมงเช้า เราก็ไปต่อกันที่วัดพุทธานิวาสหรือวัดเบตง ไหว้พระและเดินชมรอบๆ วัด เพราะส่วนภายในพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศยังไม่เปิดให้เข้าชม (เปิด 09.00 น.) ความสำคัญของในพระมหาธาตุเจดีย์ คือ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ และเนื่องจากวัดนี้สร้างบนเขา ทำให้ทุกอย่างที่สร้างต้องลดหลั่นกันไปตามความสูงของภูเขา เลยทำให้ดูสวยงามไปอีกแบบ นอกจากจะว่าไหว้พรทำบุญกันแล้ว เรายังได้ชมเมืองเบตงจากมุมสูงกันอีกด้วยนะคะ



หลังจากกลับจากวัดพุทธานิวาสแล้ว เราก็คิดกันว่าจะกลับเลยค่ะ เพราะว่าไม่อยากกลับช่วงบ่ายเพราะอากาศร้อนและรถจะเยอะ  แต่ระหว่างที่จะกลับดันนึกขึ้นได้ว่าต้องไปตรงป้ายใต้สุดสยามสักหน่อย เดี๋ยวไม่งั้นจะเหมือนกับมาไม่ถึงเบตง ฮ่าๆๆ  ป้ายนี้อยู่ตรงที่ด่านศุลกากรเบตงค่ะ  ถ้าขับรถมาจนถึงด่านแล้วจะขับเข้าไปก็ได้ (ไม่รู้ต้องทำเอกสารอะไรหรือเปล่า) แต่เราจอดรถไว้แล้วเดินกันไปค่ะก็เดินไปประมาณ 200 เมตร ก็เจอป้ายแล้วค่ะ



จากนั้นเราก็มุ่งหน้ากลับอำเภอเมืองยะลากันค่ะ  แต่อย่างที่บอกไว้ตอนแรก คือ ขากลับเราจะกลับทางล่าง จากเบตงตรงสามแยก  ก.ม.27  ก็ขับตรงไปเลยไม่ต้องเลี้ยว เส้นทางนี้จะคดเคี้ยวกว่าทางบน แต่ชันน้อยกว่ามาก ทิศทัศน์ข้างทางก็เป็นสันเขื่อนบางลาง โดยถนนเส้นนี้จะอยู่เหนือเขื่อนค่ะ สามารถชมวิวได้ตลอดเส้นทางของการนั่งรถค่ะ




และก่อนถึงสามแยกฆอแย  เราจะผ่านสะพานข้ามเขื่อนบางลาง ซึ่งเป็นที่สุดท้ายของทริปนี้ สะพานนี้สร้างเสร็จและเปิดใช้เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นทางลัดตัดเส้นทางที่คดเคี้ยวเหนือเขื่อน 10 กิโลเมตร ร่นระยะเวลาการเดินทางได้ถึงครึ่งชั่วโมง และเป็นจุดชมวิวอีกที่หนึ่งที่สวยมาก เพราะจะมองเห็นแนวเทือกเขาสันกาลาคีรีเป็นฉากหลังที่สวยมาก เป็นอันจบทริปที่น่าประทับใจอีกทริปหนึ่งค่ะ

วันเดินทาง
กลางเดือนเมษายน  2558

ค่าใช้จ่าย
ค่าน้ำมัน  2,500 บาท
ค่าที่พัก  590 บาทต่อคืน
ค่าเข้าชมอุโมงค์ปิยะมิตร 30 บาทต่อคน
ค่าเข้าชมสวนหมื่นบุปผา 20 บาทต่อคน
ค่าอาหาร จำไม่ได้ค่ะ แต่ที่แน่ๆ คือไม่เกิน 1,000 บาทสักร้านเลย (ทานกัน 6 คน)


โอเค(ที่)เบตง "เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน"  วันที่1 (คลิ๊กที่นี่เลยค่ะ)



โอเค(ที่)เบตง "เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน" วันที่2 โอเค(ที่)เบตง "เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน"  วันที่2 Reviewed by I AM GIE on เมษายน 14, 2558 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น: