BREAKING NEWS

เจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khauk Pagoda) และเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda)

วันนี้เราจะไปเที่ยวเจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khauk Pagoda) ที่ตั่นลยิ่น (Thanlyin) และเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) ที่เจ๊าตัน (Kyuaktan) ด้วยรถเมล์กันค่ะ เข้าใจไม่ผิดหรอก รถเมล์ รถเมล์ รถเมล์พม่านี่แหละค่ะ เพราะเคยอ่านรีวิวว่าการเหมาแท็กซี่ไปกลับย่างกุ้ง ตั่นลยิ่น ราคาสูงถึง 40,000 จั๊ต  ประมาณ 1,330 บาท  ซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก เราเลยลองหาวิธีอื่นในการไปเที่ยวที่นี่แทน




จุดเริ่มต้นของการเดินทางของเราจะอยู่ที่เจดีย์สุเหล่ (Sule Pagoda) ค่ะ หากใครที่พักโรงแรมที่อยู่ไกลจากที่นี่ก็สามารถนั่งแท็กซี่หรือรถเมล์มาได้  หลังจากมาถึงเจดีย์สุเหล่ (Sule Pagoda) ให้สังเกต โบสถ์สีขาวในรูปแล้วเดินไปตามเส้นทางด้านข้างของโบสถ์ ชื่อถนน Maha Bandula ซึ่งโบสถ์ที่ว่านี้ก็อยู่ติดกับสวนสาธารณะมหาพันฑูละ (Mahabandoola Garden) ที่มีน้ำพุนั่นแหละค่ะ


 เดินไปเรื่องจะเห็นป้าย Myanmar Citizens Bank LTD. สีเขียวๆ อยู่ค่ะ ตรงนี้เป็นจุดที่เราขึ้นรถเมล์ไปตั่นลยิ่นค่ะ 


รถเมล์สายที่สามารถไปตั่นลยิ่นได้ คือ รถเมล์สาย 258 (จากย่างกุ้งไปถึงเจดีย์เย่แหล่ได้เลยโดยไม่ต้องต่อรถ) แต่ระหว่างที่เรายืนรออยู่ก็ได้ยินกระเป๋ารถเมล์คันที่อยู่ตรงหน้าพูดว่า  “ตั่นลยิ่น ตั่นลยิ่น” เลยตัดสินใจเดินไปถามเขาว่ารถไปถึงเจดีย์เย่แหล่ (Ye le Pagoda) หรือป่าว คำตอบคือไม่ถึงค่ะ แต่รถคันนั้นไปถึงเจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda) เรากับเพื่อนเลยตัดสินใจไป เจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda) กันก่อนค่ะ

พอหาที่นั่งเรียบร้อยแล้วเราจ่ายเงินค่ารถไปเจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda) จำนวน 200 จั๊ต พร้อมกับบอกว่าถ้าถึงแล้วบอกให้พี่เขาช่วยบอกเราด้วย ระหว่างที่รอรถออกเราถามพี่กระเป๋ารถเมล์ว่า ถ้าจะกลับมาย่างกุ้งตอนเย็นรถจะหมดกี่โมง คำตอบที่ได้ คือ 18.30 น. แต่เพื่อความมั่นใจถ้าใครจะไปเที่ยวโดยวิธีนี้ความจะถามอีกครั้งเผื่อมีการเปลี่ยนแปลงนะคะ  หลังจากนั่งรอไม่นานรถก็ออกค่ะ รอประมาณ 5 นาที พอเราดูนาฬิกาก็เห็นว่าเป็นเวลา 10  โมงพอดี (เวลาพม่า)

ระหว่างทางเราก็ชมทิวทัศน์ข้างทางไปเรื่อยๆ มีเลี้ยวบ้าง ข้ามสะพานบ้าง แล้วก็มีสะพานที่เลียบกันทางรถไฟด้วยค่ะ พอจากสะพานนี้ทิศทัศน์ข้างทางก็เริ่มเปลี่ยนไปค่ะ  ก็เป็นบ้านชาวบ้านห่างๆ กัน สลับกับตลาดและต้นไม้ค่ะ นั่งไปประมาณ  1 ชั่วโมงนิดๆ พี่กระเป๋ารถเมล์ก็บอกว่าเราว่าข้างหน้าเป็น เจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda) แล้วให้เตรียมตัวลงได้

นี่คือภาพแรกที่เราเห็นเจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khauk Pagoda) ค่ะ เวลาที่เราไปถึงตอนนั้น คือ 11.10 น.  ที่เจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda) จะมีบันไดขึ้นไปซึ่งจะอยู่ซ้ายมือ (รูปข้างบน) แต่ถ้าใครคิดว่าเดินไม่ไหวหรือขาแข้งไม่ดี เขาก็มีลิฟต์ไว้บริการค่ะ ราคา 1,000 จั๊ต (ตึกสีขาวในรูป)

เรากับเพื่อนสังเกตแล้วว่าตัวเจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda)ไม่สูงมาก เลยตัดสินใจเดินขึ้นบันไดกันค่ะ ซึ่งบันไดทางขึ้นก็มีหลังคาที่สามารถกันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดีค่ะ แต่สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือ ชาวพม่าจะไม่สวมรองเท้าเข้าวัด เฉพาะฉะนั้นต้องถอดรองเท้าเดิน ตรงบันไดทางขึ้นเจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda) จะมีบริการรับฝากรองเท้าค่ะ แต่เรากับเพื่อนไม่ได้ใช้บริการเพราะพกถุงพลาสติกสำหรับใส่รองเท้าไปด้วย

เจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda) เป็นเจดีย์คู่เมืองตั่นลยิ่น (Thanlyin) ตอนที่เราไปกำลังมีการบูรณะตัวเจดีย์  คิดว่าน่าจะมีการปิดทองแผ่นใหม่ รอบๆ ตัวเจดีย์ก็กำลังมีการปรับปรุงใหม่ค่ะ  ว่าแล้วก็เริ่มเดินชมรอบๆ ค่ะ ทั้งสี่ทิศรอบตัวเจดีย์จะมีพระพุทธรูปให้สักการะ  นอกจากนี้ก็มีพระประจำวันเกิดให้สรงน้ำด้วยค่ะ วิธีการสรงน้ำพระประจำวันเกิดก็คือ อายุเท่าไหร่ก็ให้บวกเพิ่มไปอีก สมมติอายุ 20 ปี ก็สรงน้ำพระประจำวันเกิด 21 ครั้งค่ะ 








เมื่อเดินหมุนๆ ดูรอบๆ อยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วเราก็ลงมาด้านล่างของเจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda) ตอนลงมาข้างล่างเราต้องลงบันไดทางเดิม ทางเดียวกับตอนที่เราขึ้นไปเท่านั้นนะคะ เพราะเป็นทางที่เราจะรอรถเพื่อไปเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda)  หรือถ้าใครจะซื้อของฝากหรือซื้อขนมทานก็สามารถซื้อได้บริเวณบันไดทางขึ้น  เวลารอรถไปเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) เราต้องรอรถฝั่งเดียวกับเจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khuak Pagoda) นะคะ

เรารอรถสักพักนึงก็มีรถเมล์เล็กผ่านมาแล้วกระเป๋ารถเมล์ก็ตะโกนว่า “เหย่แหล่พะยา เหย่แหล่พะยา” เราก็รีบโบกเลยค่ะ แล้วถามเขาว่าไปถึงเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) มั้ย พอเขาบอกว่าถึงเรากับเพื่อนก็รีบกระโดดขึ้นไปเลยค่ะ หาที่นั่งเสร็จสรรพก็จ่ายไป 200 จั๊ต พร้อมกับกระเป๋ารถเมล์บอกว่าถึงแล้วบอกว่าด้วยนะ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงสามแยกทางเข้าเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda)  กระเป๋ารถเมล์ก็บอกให้เราลงและชี้บอกทางไปเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) คือ รถเมล์จะเลี้ยวซ้ายแต่เจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) จะต้องตรงไป เราก็ลงตรงนั้นแล้วเดินไปประมาณ 200 เมตรก็ถึงเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda)ค่ะ  


ภาพที่เห็นคือมีเจดีย์อยู่บนเกาะกลางน้ำเล็กๆ ค่ะ แต่ระยะทางสั้นๆ ที่ใช้เดินไปเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) นั้นมันไม่ง่ายเลยค่ะ เพราะเราต้องเดินผ่านกลุ่มแม่ค้า และเด็กๆ จำนวนมาก เป็นระยะทาง 100 เมตร แห่งความลำบากใจเลยก็ว่าได้ เพราะตลอดเส้นทางคุณจะได้รับข้อเสนอสินค้ามากมาย ทั้งดอกไม้ ธูปเทียน ถุงพลาสติกสำหรับใส่รองเท้า ข้าวตอกสำหรับให้อาหารปลา หมวก หรืออะไรๆ อีกสารพัด สรุปว่าสุดท้ายเรากับเพื่อนก็ซื้อมาค่ะ แต่อาศัยถามไปเรื่อยๆ ว่าแม่ค้าคนไหนขายถูกสุด ในที่สุดก็ซื้อดอกไม้ 1 ช่อ มี 6 ดอก ในราคา 500 จั๊ด ธูปเทียน 1 ชุด ราคา 500 จั๊ด และข้าวตอก 1 ถุง ราคา 500 จั๊ด 

เรือของชาวต่างชาติ ราคา 5,000 จั๊ต
เรือของชาวพม่า ราคา 200 จั๊ต
และด้วยความที่เจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) อยู่กลางน้ำทำให้เราต้องนั่งเรือไปค่ะ เรือที่นี่ก็จะมีเรือสำหรับชาวพม่าเป็นเรือที่ไม่มีเก้าอี้ ไม่มีหลังคา ราคา 200 จั๊ตต่อคน และเรือสำหรับนักท่องเที่ยว มีเก้าอี้ มีหลังคา ราคา 5,000 จั๊ตต่อคน ราคาแตกต่างกันจนน่าตกใจ แต่ก็จ่ายไปคนละ 5,000 จั๊ตค่ะ ที่สำคัญคือ อย่าลืมถอดรองเท้านะคะ


เมื่อมาถึงตัวเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) เราก็เดินไปดูแผนที่กันว่าอะไรอยู่ตรงไหนค่ะ แล้วก็ค่อยๆ  เดินไปดูโน้นนี่เรื่อยๆ เจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) สร้างบนเกาะเล็กๆ กลางแม่น้ำ  และเจดีย์แห่งนี้ก็มีช่อเสียงในการไหว้พระขอพรเพื่อการธุรกิจ   และที่บริเวณประตูทางขึ้นไปจะพบยักษ์สีเขียว 2 ตนนั่งขนาบอยู่ที่ประตูทางเข้า  คนพม่าเชื่อกันว่า ถ้าเราเจ็บป่วยตรงส่วนไหนของร่างกายให้นำมือไปลูบส่วนนั้นของยักษแล้วมาลูบส่วนที่เราเจ็บป่วย แล้วจะหายจากอาการป่วย เช่น กำลังเจ็บขาข้างขวา ก็เอามอไปลูบขาข้างขวาของยักษ์แล้วมาลูบขาข้างขวาของตนเอง   เดินชมรอบๆแล้ว ตอนขากลับก็นั่งเรือลำเดิมกลับมาที่ฝั่ง


หลังจากนั้นก็เลยเที่ยงมานานแล้วเราก็เลยตัดสินใจหาข้าวทานก็ด้านหน้าค่ะ  อาหารที่เลือกทานก็เป็นข้าวแกงพม่าธรรมดาๆ นี่แหละค่ะ อาหารก็ราคาไม่แพงมาก เวลาสั่งเราก็ไปชี้ๆ ที่หน้าร้านได้เลยค่ะ ว่าจะเอาอะไรบ้าง  เขาจะมาเสิร์ฟทั้งข้าวและกับข้าวถ้วยเล็กตามสไตล์พม่าให้ที่โต๊ะ  ใครอยากกินไข่เจียว ไข่ดาวก็สั่งเพิ่มได้นะคะ นอกจากแกงที่เราสั่งแล้ว  ทางร้านจะให้น้ำซุปแกงใบกระเจี๊ยบรสชาติเปรี้ยวนิดๆ พร้อมผักและน้ำพริกแบบพม่าให้เราฟรีด้วยค่ะ แต่ด้วยความที่อากาศร้อนมาก เลยสั่งโค๊กพร้อมน้ำแข็งมาอย่างด่วนๆ ดื่มโค๊กหมดแก้วก่อนที่ข้าวจะมาเสิร์ฟเสียอีก


พออิ่มแล้วเราก็เดินออกมาด้านนอกเพื่อจะหารถกลับไปที่เจดีย์สุเหล่ค่ะ  เห็นรถเมล์สาย 258 จอดอยู่แต่ไม่มีคนขับซะงั้น  เลยตัดสินใจเดินออกไปในตลาดค่ะ  พอถึงสามแยกแล้วก็เลี้ยวขวา  เดินตรงไปอีกประมาณ 100 เมตร พอถึงสี่แยกก็จะเห็นรถเมล์เล็กจอดอยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ  เราก็ถามเขาว่าไปเจดีย์สุเล่มั้ย  แต่เขาบอกว่าไม่ไปค่ะ ถ้าเราจะไปเจดีย์สุเหล่จะต้องไปต่อรถที่ด้านหน้าเจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khauk Pagoda) เราก็ตัดสินใจว่าจะไปคันหน้าแหละแล้วไปต่อรถเอา เพราะไม่รู้ว่ารถเมล์สาย 258 จะออกกี่โมง 


เมื่อไปถึงย่างกุ้งรถเมล์จะไม่จอดที่เจดีย์สุเหล่พอดีนะคะ รถเมล์ป้ายสุดท้ายจะจอดก่อนถึงเจดีย์สุเหล่เราต้องลงแล้วเดินไปเรื่อยๆ ประมาณ 200 เมตรค่ะ ก็จะไปเจอถนน Pansodan เป็นถนนด้านหลังของตึกสีแดงใกล้ๆ กับเจดีย์สุเหล่ค่ะ พอเห็นตึกสีแดงด้านขวามือเราก็เลี้ยวเขาถนนเส้นนั้นไปเลยค่ะ  เดินไปจนถึงสี่แยกเราก็จะไปอยู่ที่ถนน Maha Bandula ด้านซ้ายมือจะเป็นเจดีย์สุเหล่  เป็นเป็นจบทริปวันนี้ค่ะ ^^








เจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khauk Pagoda) และเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) เจดีย์ไจ๊เข้า (Kyaik Khauk Pagoda) และเจดีย์เหย่แหล่ (Ye le Pagoda) Reviewed by I AM GIE on เมษายน 05, 2558 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น: